สงครามอิหร่านอาจดันราคาอาหาร ยา และของใช้พุ่ง


ในขณะที่สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอลดำเนินเข้าสู่เดือนที่สอง นิวซีแลนด์อาจเผชิญภาวะขาดแคลนหรือราคาสูงขึ้นของสินค้าอื่นๆ นอกจากน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของน้ำมัน ปิโตรเคมี ปุ๋ย และสินค้าอื่นๆ

แม้นิวซีแลนด์นำเข้าสินค้าจากตะวันออกกลางโดยตรงเพียง 0.6% (มูลค่า 642 ล้านดอลลาร์) แต่การหยุดชะงักของการขนส่งและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อทุกขั้นตอนของการผลิตและโลจิสติกส์ทั่วโลก

สินค้าที่อาจขาดแคลนหรือราคาแพงขึ้น (นอกจากเชื้อเพลิง)

  • อาหาร: ราคาอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มสูงขึ้นจากต้นทุนการขนส่ง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเกิดปัญหาขาดแคลนอาหารนำเข้าหรือที่ใช้วัตถุดิบนำเข้า โดยเฉพาะหลังโรงงาน Wattie's และ McCain's ปิดตัวลง ทำให้ความยืดหยุ่นลดลง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเรื่อง panic buying (การกักตุน) อาจทำให้สถานการณ์แย่ลงเหมือนช่วงโควิด
  • ปุ๋ย: นิวซีแลนด์นำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางประมาณ 22% (โดยเฉพาะยูเรียที่ครึ่งหนึ่งของโลกส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) อาจทำให้ราคาปุ๋ยสูงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนชั่วคราว เกษตรกรแนะนำให้วางแผนล่วงหน้าและใช้ทางเลือกอื่น (แม้จะแพงกว่า)
  • ยาและอุปกรณ์การแพทย์: Pharmac กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบปัญหาเล็กน้อยบางรายการ แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อคนนิวซีแลนด์โดยตรง มีความเสี่ยงจากก๊าซฮีเลียม (ผลิตจากตะวันออกกลาง) ที่ใช้ในเครื่อง MRI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงยาแก้ปวดหรือยารักษามะเร็ง (จากรายงานต่างประเทศ)
  • อะลูมิเนียม: นำเข้า 9% จากตะวันออกกลาง ราคาพุ่งสูงสุดใน 4 ปี หลังมีเหตุการณ์โจมตีโรงงานในภูมิภาค
  • พลาสติกและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี: พลาสติก 99% ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ราคา polyethylene (พลาสติกที่ใช้มากที่สุด) อาจสูงขึ้น ส่งผลต่อของใช้ เช่น ช้อนส้อมแบบใช้ครั้งเดียว ขวดน้ำ และถุงขยะ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านช่องแคบฮอร์มุซทุกปี
  • สินค้าอื่นๆ: สี, ยางมะตอย, เสื้อผ้า, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, อิเล็กทรอนิกส์, และเครื่องประดับ (นำเข้า 7.2% จากตะวันออกกลาง)

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

  • Dr. Sarah Marshall (มหาวิทยาลัย Auckland): สงครามนี้ย้ำจุดอ่อนของห่วงโซ่อุปทานเหมือนโควิด หากราคาน้ำมันสูงขึ้นจะกระทบทุกขั้นตอน
  • Professor Robert MacCulloch: ผลกระทบอาจ “มหึมา” คล้ายวิกฤตน้ำมันปี 1970s อาจนำไปสู่การเปลี่ยนนโยบายใหญ่ของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องยาและก๊าซที่นำเข้า
  • ผู้แทนจาก Federated Farmers และ Eat New Zealand เรียกร้องให้มีแผนความมั่นคงอาหารและการเกษตรภายในประเทศมากขึ้น

สรุปภาพรวม

บทความเน้นว่านิวซีแลนด์เปราะบางต่อการหยุดชะงักทั่วโลก แม้การนำเข้าตรงจากตะวันออกกลางจะน้อย รัฐบาลและองค์กรต่างๆ กำลังติดตามสถานการณ์ แต่ยังไม่มีปัญหาขาดแคลนรุนแรงในขณะนี้ ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการกักตุนและลดการใช้สินค้าที่ไม่จำเป็น

ข่าว 🔗 RNZ



Popular posts from this blog

ลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน Premium Economy

THAINZ 16 FEBRUARY 2026

THAI NZ 1 FEBRUARY 2026