เร่งขยายตลาดนักศึกษาต่างชาติ โอกาสทองหรือความเสี่ยง?
นโยบายดันนิวซีแลนด์เป็นศูนย์กลางการศึกษา: โอกาสทองหรือความเสี่ยง?
รัฐบาลนิวซีแลนด์ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มรายได้จากการศึกษานานาชาติให้ถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ภายในปี 2034 (เพิ่มจำนวนนักศึกษาจาก 83,400 เป็น 119,000 คน) แม้เป้าหมายนี้จะดูดีบนหน้ากระดาษ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีความเสี่ยงใหญ่ 3 ประการที่ถูกมองข้าม:
1. วิกฤตที่อยู่อาศัยในเมืองมหาวิทยาลัย (Housing Squeeze)
ปัญหา: เมืองมหาวิทยาลัย (เช่น โอ๊คแลนด์ ดะนีดิน เวลลิงตัน และไครสต์เชิร์ช) เผชิญปัญหาค่าเช่าพุ่งสูงและที่พักไม่เพียงพออยู่แล้ว นอกจากนี้นักศึกษาต่างชาติมักต้องทนเช่าบ้านที่คุณภาพต่ำ (หนาว ชื้น) ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและการเรียน การที่รัฐบาลขยายเวลาทำงานพาร์ทไทม์เป็น 25 ชม./สัปดาห์ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ต้นเหตุ
บทเรียนจากต่างประเทศ: แคนาดาและออสเตรเลียเคยเร่งรับนักศึกษาจนโครงสร้างพื้นฐานรับไม่ไหว เกิดวิกฤตบ้านแพงและคนในชาติลุกฮือต่อต้าน จนต้องใช้ "มาตรการฉุกเฉิน" จำกัดจำนวนวีซ่า ซึ่งส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของประเทศอย่างหนัก
2. พึ่งพาแค่บางประเทศมากเกินไป (Over-reliance)
การกระจุกตัวของรายได้: แผนการเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่า เน้นไปที่การดึงดูดนักศึกษาในหลักสูตรที่ค่าเทอมแพง (เช่น ปริญญาโท) โดยพึ่งพาตลาดใหญ่อย่างจีน (35%) และอินเดีย (14%) ซึ่งรวมกันแล้วคิดเป็นครึ่งหนึ่งของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด หากเกิดปัญหาทางการทูตหรือนโยบายเปลี่ยน รายได้ส่วนนี้จะกระทบหนักทันที
ข้อจำกัดจาก FTA: ข้อตกลงการค้าเสรีนิวซีแลนด์-อินเดีย (ธันวาคม 2025) มีเงื่อนไขห้ามนิวซีแลนด์จำกัดจำนวนวีซ่านักศึกษาอินเดีย ทำให้นิวซีแลนด์สูญเสียความยืดหยุ่นในการควบคุมจำนวนคน ในขณะที่ประเทศคู่แข่งเริ่มแตะเบรกกันแล้ว
3. ผลกระทบต่อคนในประเทศและตลาดแรงงาน (Employment Outcomes)
การแย่งงานระดับเริ่มต้น: ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การขยายสิทธิ์การทำงานหลังเรียนจบให้นักศึกษาต่างชาติ อาจทำให้เกิดการแข่งขันแย่งงาน (Entry-level) กับเด็กจบใหม่ชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ
ความย้อนแย้งทางนโยบาย: ระบบการศึกษากำลังถูกบีบให้ทำผลงานมากขึ้นด้วยงบที่น้อยลงสำหรับคนในประเทศ (เช่น การตัดงบวิจัยใน Budget 2025) แต่กลับไปพึ่งพารายได้จากค่าเทอมต่างชาติมาอุดรอยรั่ว
ข่าว: RNZ | เรียบเรียง: THAI NZ
