นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ “แพง” จริงหรือ?
นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ “แพง” เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม OECD โดยเฉพาะราคาบริการก่อสร้าง ค่าสาธารณูปโภคในครัวเรือน และอาหารบางประเภท (เช่น เนื้อสัตว์ เนย นม ชีส ไข่ และผลไม้) ซึ่งหลายรายการอยู่ในระดับสูงสุดของ OECD และบางรายการแพงกว่าค่าเฉลี่ยมาก (บางกรณีมากกว่าสองเท่า)
Paul Conway หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Reserve Bank of New Zealand กล่าวในการประชุม National Financial Advisers Conference ที่โอคแลนด์
สถานการณ์ปัจจุบัน
- ตั้งแต่เริ่มการระบาดใหญ่ ราคาสินค้าและบริการโดยรวมในนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 26%
- ราคาสิ่งจำเป็นหลายอย่างเพิ่มสูง เช่น ค่า rates (ภาษีท้องถิ่น), บริการก่อสร้าง, อาหารบางชนิด และประกันภัย
- ราคาการก่อสร้าง และบริการที่อยู่อาศัย-สาธารณูปโภคอยู่ในระดับสูงที่สุดใน OECD
- เงินเฟ้อสิ้นปี 2025 ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 1–3% ของธนาคารกลาง และมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ค่าแรงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 32% แต่กำลังซื้อเมื่อเทียบกับ OECD ลดลง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Australia
- รายได้จริงต่อหัวของนิวซีแลนด์อยู่ที่ประมาณ 90% ของค่าเฉลี่ย OECD (ลดลงจากมากกว่า 95% ในปี 2020)
สาเหตุหลัก
ปัญหาหลักคือ “ผลิตภาพทางเศรษฐกิจ (productivity)” ที่อยู่ในระดับต่ำและอ่อนแอในระยะยาว โดยเฉพาะหลังวิกฤตการเงินโลกและช่วงหลังโควิด
ขณะเดียวกัน ความต้องการที่เพิ่มขึ้นและอุปทานที่จำกัดในช่วงโควิด ทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นในระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี
แนวทางแก้ไข (ตาม Conway)
- ต้องเพิ่มผลิตภาพเป็นหลัก เพราะนโยบายการเงิน (เช่น ดอกเบี้ย) ช่วยควบคุมเงินเฟ้อได้ แต่ไม่สามารถทำให้ประเทศ “ถูกลง” ได้ในระยะยาว
- ต้องมีนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจที่ส่งเสริมการลงทุน ความยืดหยุ่น และการปรับตัวของธุรกิจและแรงงาน
- ส่งเสริมการแข่งขันในตลาด เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา
- เสริมความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจต่อความเสี่ยงภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
นิวซีแลนด์มีค่าครองชีพสูงจากผลิตภาพที่ต่ำ ทำให้รายได้จริงไม่เติบโตเท่าประเทศอื่น แม้เงินเฟ้อจะถูกควบคุมได้ในระดับหนึ่ง การแก้ปัญหาจึงต้องเน้นการเพิ่มผลิตภาพและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่พึ่งนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว