หมอถูกเตือนแล้ว แต่ไม่ฟัง จบด้วยคนไข้เสียชีวิต
เหตุการณ์และการเสียชีวิต
คนไข้ (นามสมมติ Ms A): วัย 51 ปี มีประวัติเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และเข้ารับการรักษาในปี 2019 ด้วยอาการหัวใจติดเชื้อและพบลิ่มเลือดอุดตันในสมอง
การผ่าตัด: แพทย์ตัดสินใจรักษาอาการทางสมองก่อนการผ่าตัดหัวใจ โดยมี Dr C เป็นศัลยแพทย์หลักในการผ่าตัดผ่านสายสวนหลอดเลือด
ข้อผิดพลาด: ระหว่างดึงอุปกรณ์ที่ติดอยู่ออก Dr C สูญเสียการควบคุมจนทำให้หลอดเลือดบาดเจ็บและเกิดภาวะหลอดเลือดโป่งพองเทียม (Pseudo-aneurysm) ส่งผลให้เลือดออกในสมองอย่างรุนแรงและคนไข้เสียชีวิตใน 6 ชั่วโมงต่อมา
พฤติกรรมและการสื่อสารของศัลยแพทย์
การปฏิเสธคำแนะนำ: Dr C เมินเฉยต่อคำทักท้วงของเพื่อนร่วมงานที่ถามถึงวิธีการผ่าตัด โดยอ้างว่าตนเองมี "อคติโดยไม่รู้ตัว" ต่อเพื่อนร่วมงานที่ประสบการณ์น้อยกว่า
คำพูดที่ไม่เหมาะสม: เมื่อถูกถามถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น Dr C ตอบกลับด้วยความประชดประชันว่า "หลอดเลือดโป่งพองเทียมที่ไหน?" ซึ่งภายหลังเขายอมรับว่าพูดประชดเพราะอาการบาดเจ็บนั้นเห็นชัดเจนอยู่แล้ว
การส่งต่อข้อมูล: รายงานระบุว่า Dr C ข้อมูลที่เขาส่งต่อให้ทีม ICU หลังผ่าตัดขาดรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น
ปัญหาเชิงระบบและวัฒนธรรมองค์กร
Culture of Silence: เกิดวัฒนธรรมการนิ่งเฉยในโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าทักท้วงศัลยแพทย์อาวุโส แม้จะเห็นความผิดปกติ
ภาวะหมดไฟ: Dr C ระบุว่าตนเองอยู่ในสภาวะ Burnout และมีภาระงานหนักเกินไปในช่วงเวลานั้น ซึ่งหน่วยงาน Health NZ ต้องร่วมรับผิดชอบในการจัดสรรบุคลากรให้ปลอดภัย
ผลกระทบและการดำเนินการ
บทลงโทษ: Dr C ถูกสั่งระงับการผ่าตัดประเภทนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2019 และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอีกต่อไป
การเยียวยา: กรรมาธิการเสนอให้ทั้ง Dr C และ Health NZ ทำหนังสือขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งทางหน่วยงานได้รับความผิดและดำเนินการปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยแล้ว
ข่าว: RNZ