เตรียมรับมือวิกฤตน้ำมัน อาจกระทบยาว 12 สัปดาห์


🇳🇿 รัฐบาลนิวซีแลนด์เตรียมรับมือวิกฤตน้ำมันยืดเยื้อ อาจกระทบสูงสุด 12 สัปดาห์

นายกรัฐมนตรี Christopher Luxon เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเตรียมรับมือ “สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยวางแผนรองรับความปั่นป่วนของอุปทานน้ำมันนานสูงสุด 12 สัปดาห์

เขาระบุว่า แม้จะมีการหยุดยิงในเร็ว ๆ นี้ ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและน้ำมันจะ ไม่ฟื้นตัวทันที และเตือนว่า
“สถานการณ์อาจแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น”

Luxon อธิบายว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นหนึ่งใน “แรงกระแทกราคาน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องเตรียมพร้อม ไม่ใช่หวังพึ่งโชค


🌍 รัฐเร่งหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ พร้อมแผนสำรองระดับชาติ

รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการหลัก ได้แก่:

  • เจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อหาแหล่งน้ำมันทางเลือก

  • ทำงานใกล้ชิดกับบริษัทน้ำมันในประเทศ

  • ใช้แผนรับมือวิกฤตเชื้อเพลิงแห่งชาติ (National Fuel Plan ปี 2024)

Luxon เปิดเผยว่าได้หารือกับผู้นำของออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์แล้ว และจะมีการเจรจาเพิ่มเติม


⛽ เสี่ยงอุปทานตึงตัว อาจต้อง “จัดลำดับความสำคัญ” การใช้น้ำมัน

รัฐมนตรีคลัง Nicola Willis เตือนว่า:

  • นิวซีแลนด์นำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากเกาหลีใต้ และประมาณ 30% จากสิงคโปร์

  • ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญปัญหาจัดหาน้ำมันดิบเพื่อกลั่น
    ➡️ อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลง

รัฐบาลจึงกำลังพิจารณา มาตรการจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำมันในประเทศ หากสถานการณ์แย่ลง

โดยจะหารือกับผู้นำเข้าหลัก ได้แก่:

  • Z Energy

  • BP

  • Mobil

  • Timaru Oil Services

  • Gull


💸 เตรียมมาตรการช่วยค่าครองชีพแบบ “เฉพาะกลุ่ม”

รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยจะเป็นการช่วยแบบ เจาะจงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง

ที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานได้หารือกับธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมกว่า 500 แห่ง เพื่อประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์


🚢 สต็อกน้ำมันปัจจุบันยังเพียงพอ (ยังไม่ถึงขั้นฉุกเฉิน)

ข้อมูลจาก Ministry of Business, Innovation and Employment ระบุว่า:

  • น้ำมันในประเทศ: 25.1 วัน

  • น้ำมันที่กำลังขนส่ง: 23.8 วัน
    ➡️ รวมทั้งหมด: 48.9 วัน

และมีเรือขนน้ำมัน 10 ลำ จะเข้ามาระหว่าง 16–22 มีนาคม

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกดดันตลาดโลกผ่าน:

  • เส้นทางขนส่งที่ถูกรบกวน

  • ระยะเวลาขนส่งยาวขึ้น

  • รูปแบบอุปทานที่เปลี่ยนไป


⚠️ สถานการณ์ปัจจุบัน: ยังอยู่ระดับ “เล็กน้อย” (Phase 1)

ระบบน้ำมันของประเทศยังอยู่ในระดับ:

  • Phase 1 (Minor disruption) ตาม National Fuel Plan

รัฐบาลย้ำว่า:
👉 ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน
👉 ขอให้ประชาชน ซื้อน้ำมันตามปกติ
❌ การกักตุนจะยิ่งทำให้ระบบปั่นป่วน


📌 สรุปภาพรวม

  • รัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤตน้ำมันยาวถึง 12 สัปดาห์

  • ความเสี่ยงหลักมาจากอุปทานโลกตึงตัว

  • อาจมีมาตรการ “จัดลำดับการใช้น้ำมัน” หากสถานการณ์แย่ลง

  • ปัจจุบันสต็อกยังเพียงพอ และยังไม่เข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน

  • รัฐบาลกำลังเตรียมช่วยค่าครองชีพแบบเจาะจงกลุ่ม

 

วิธีการทำงานของระดับการยกระดับสถานการณ์เชื้อเพลิงของนิวซีแลนด์

ระดับการยกระดับตามความรุนแรงของผลกระทบ


ระดับ 1: ผลกระทบเล็กน้อยต่อภาคเชื้อเพลิง

ขณะนี้ประเทศอยู่ในระดับนี้ โดยมีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์การจัดหาเชื้อเพลิงอาจยกระดับไปสู่ระดับที่สูงขึ้น แต่ในปัจจุบันยังมี “ผลกระทบต่อการกระจายเชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อย”

มีการเรียกประชุมคณะทำงาน Fuel SCE เพื่อติดตามสถานการณ์ และเริ่มวางแผนรับมือหากเกิดการหยุดชะงักหรือยกระดับสถานการณ์

บริษัทเชื้อเพลิงถูกสั่งให้เริ่มเตรียมแผนรับมือความเป็นไปได้ของการหยุดชะงัก


ระดับ 2: ผลกระทบปานกลางต่อภาคเชื้อเพลิง

ในระดับนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงได้รับบริการ แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดแคลนสำหรับลูกค้าเชื้อเพลิงที่สำคัญ (critical fuel customers)

ลูกค้ากลุ่มนี้หมายถึงองค์กรที่ “มีความสำคัญต่อการตอบสนองสถานการณ์ และต้องพึ่งพาการจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อดำเนินภารกิจ” เช่น

  • หน่วยบริการฉุกเฉิน

  • กระทรวงสาธารณสุข

  • กรมราชทัณฑ์

  • กองทัพ

Fuel SCE จะติดตามระดับความต้องการและทางเลือกในการจัดหาเชื้อเพลิง รวมถึงประสานการสนับสนุนจากรัฐบาล “ตามความจำเป็น”

การสนับสนุนอาจรวมถึง:

  • การขนส่งทางอากาศหรือทางบก

  • การสนับสนุนจากกองทัพนิวซีแลนด์ (NZDF) เช่น เรือ คนขับ วิศวกรรม หรือทรัพยากรด้านการบิน

  • การช่วยจัดหาแหล่งทรัพยากรระหว่างประเทศ เช่น เรือบรรทุก (barge) หรือขีดความสามารถในการขนส่งเชื้อเพลิงทางอากาศ

  • การผ่อนคลายกฎระเบียบ เช่น อนุญาตให้เติมน้ำมันกลางคืนเพื่อเพิ่มการกระจาย

บริษัทเชื้อเพลิงต้องดำเนินมาตรการเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ากลุ่มสำคัญได้รับเชื้อเพลิง และรัฐบาลอาจใช้อำนาจบังคับใช้หากจำเป็น


ระดับ 3: ผลกระทบรุนแรงต่อภาคเชื้อเพลิง

ในระดับนี้ จะเกิด “ผลกระทบรุนแรงต่อการกระจายเชื้อเพลิง โดยมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและขีดความสามารถอย่างหนัก และส่งผลกระทบในหลายภูมิภาค และ/หรือกระทบลูกค้าสำคัญอย่างมาก”

มาตรการเพิ่มเติมอาจรวมถึง:

  • จำกัดเวลาเปิดบริการ (ลดชั่วโมงเปิด หรือเปิดวันเว้นวัน)

  • กำหนดเพดานการซื้อ ณ จุดขาย (จำกัดตามราคา หรือปริมาณ)

  • จำกัดการขายใส่ภาชนะ (เพื่อลดการกักตุน)

  • กำหนดเพดานราคาสำหรับสถานีบริการแบบไม่มีพนักงาน (เช่น จุดเติมน้ำมันสำหรับรถบรรทุก)

นอกจากนี้ จะมีมาตรการให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มสำคัญก่อน

“ลูกค้ากลุ่มสำคัญจะยังคงจัดหาและรับเชื้อเพลิงจากผู้จัดจำหน่ายรายเดิม จนกว่าจะไม่สามารถทำได้อีก”

มาตรการทั้งหมดจะถูกดำเนินการและประสานผ่าน Fuel SCE ซึ่งจะติดตามการปฏิบัติตามคำสั่งของบริษัทเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหรือผู้ควบคุม CDEM กำหนด


ระดับ 4: ผลกระทบรุนแรงมากต่อภาคเชื้อเพลิง

เป็นระดับสูงสุด โดยมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดหาเชื้อเพลิงทั้งประเทศ

นอกเหนือจากมาตรการในระดับก่อนหน้า บริษัทเชื้อเพลิงจะต้อง:

  • จัดส่งเชื้อเพลิงให้เฉพาะลูกค้ากลุ่มสำคัญเท่านั้น

  • และลูกค้ากลุ่มนี้สามารถรับบริการจากผู้จัดจำหน่ายรายใดก็ได้


บทบาทของประชาชน

นอกจากกระบวนการยกระดับสถานการณ์แล้ว แผนเชื้อเพลิงแห่งชาติยังระบุว่า รัฐบาลและภาคเชื้อเพลิงสามารถขอความร่วมมือจากประชาชนให้ลดการใช้เชื้อเพลิงโดยสมัครใจ

วิธีที่สามารถทำได้ เช่น:

  • ลดความเร็วในการขับขี่บนถนน

  • ใช้รถร่วมกัน (car-pooling)

  • ทำงานจากที่บ้าน

  • ตรวจเช็คลมยาง

  • ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น หรือใช้รูปแบบการขนส่งอื่น

อย่างไรก็ตาม แผนระบุว่าวิธีนี้ “เหมาะสมเฉพาะในกรณีที่ต้องจัดการกับการขาดแคลนระยะยาว และสต็อกเชื้อเพลิงยังไม่อยู่ในภาวะวิกฤตทันที” เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดการกักตุนจากความตื่นตระหนก


⛽ แอปเช็คราคาน้ำมัน Gaspy เตรียมเพิ่มฟีเจอร์แจ้ง “ปั๊มน้ำมันหมด” หลังคนใช้พุ่ง

แอปเช็คราคาน้ำมัน Gaspy เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แสดงสถานีบริการที่น้ำมันหมด หลังความต้องการใช้งานพุ่งขึ้นจากความกังวลด้านราคา

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเหตุโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะ 109 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดพลังงาน

โฆษก Gaspy ระบุว่า แอปจะใช้ข้อมูลจากผู้ใช้และตรวจสอบก่อนแสดงผล หากพบว่าสถานีใดน้ำมันหมด จะอัปเดตสถานะในแอปทันที


📈 ผู้ใช้งานพุ่งแรงในช่วงวิกฤต

  • ผู้ใช้ใหม่ 9,000 คน ภายในวันเดียว

  • สมัครใหม่รวม 50,000 บัญชีใน 1 สัปดาห์

  • ผู้ใช้งานต่อวันเพิ่มจาก 50,000–100,000 คน ➝ เป็น 300,000 คนต่อวัน ต่อเนื่อง 3 วัน


📌 สรุป

  • Gaspy เพิ่มฟีเจอร์แจ้ง “น้ำมันหมด” ในปั๊ม

  • ความต้องการใช้งานพุ่งจากความกังวลราคาน้ำมัน

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง

  • ผู้ใช้งานแอปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วัน


🗞️ ข่าว: RNZ ,  RNZ  ,  1News   |   🧑🏻‍💻 เรียบเรียง: THAI NZ 

Popular posts from this blog

ลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน Premium Economy

THAINZ 16 FEBRUARY 2026

THAI NZ 1 FEBRUARY 2026