สวัสดิการว่างงานในนิวซีแลนด์น่ากังวล
ยอดผู้รับสวัสดิการพุ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี: สวนทางคำสัญญาของรัฐบาล
สถานการณ์สวัสดิการว่างงานในนิวซีแลนด์ขณะนี้กำลังเผชิญกับตัวเลขที่น่ากังวล แม้ว่ารัฐบาลผสมชุดปัจจุบันจะเคยให้คำมั่นว่าจะลดจำนวนผู้พึ่งพาสวัสดิการลงก็ตาม โดยมีประเด็นหลักดังนี้:
1. สถิติใหม่ที่น่าตกใจ
• สูงสุดเป็นประวัติการณ์: จำนวนผู้รับสวัสดิการพุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการปฏิรูประบบสวัสดิการในปี 2013 โดยปัจจุบันมีผู้รับสวัสดิการหลักรวมกว่า 427,236 คน (คิดเป็น 13.2% ของประชากรวัยทำงาน)
• Jobseeker ทุบสถิติ: มีคนลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลืองานว่าง (Jobseeker) สูงถึง 223,512 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
• กลุ่มคนรุ่นใหม่วิกฤต: กลุ่มอายุ 18-24 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการพึ่งพาสวัสดิการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุด โดยพุ่งสูงถึง 32% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
2. สงครามน้ำลายทางการเมือง
• ฝ่ายรัฐบาล: Louise Upston รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม ระบุว่าตัวเลขที่พุ่งสูงนี้เป็น "มรดก" จากความล้มเหลวของรัฐบาลชุดก่อน (Labour) ที่ทิ้งสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้อไว้ให้ พร้อมยืนยันว่าระบบ "Traffic Light" (มาตรการคัดกรองความเข้มงวด) กำลังเริ่มทำงานเพื่อผลักดันคนกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน
• ฝ่ายค้าน: พรรค Labour ออกมาโต้กลับว่ารัฐบาลบริหารมานานกว่า 2 ปีแล้วแต่ยังคงโทษอดีต พร้อมวิจารณ์ว่านโยบายของนายกฯ Christopher Luxon นอกจากจะแก้ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้แล้ว ยังทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม
3. มุมมองจากนักเศรษฐศาสตร์ (Brad Olsen)
• ตลาดแรงงานอ่อนแอ: สาเหตุหลักมาจากตำแหน่งงานว่างในตลาดลดลงถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ทำให้คนหางานได้ยากขึ้น
• ทางเลือกที่จำกัด: รัฐบาลตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หากจะตัดงบสวัสดิการเพื่อลดตัวเลข ก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก แต่หากจะจ้างงานเองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
• สัญญาณบวกเล็กน้อย: แม้อัตราว่างงานจะสูง แต่เริ่มมีการขยายตัวของตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่มากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง
บทสรุป: แม้รัฐบาลจะตั้งเป้าลดจำนวนผู้รับสวัสดิการลง 50,000 คนภายในปี 2030 แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นถึง 18% นับตั้งแต่ปลายปี 2023 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ข่าว: RNZ
