ชาวกีวี่อาจต้องทำงานจนถึงช่วงอายุ 70 กว่า
บริษัทลงทุนแห่งหนึ่งคาดการณ์ว่า ชาวนิวซีแลนด์อาจต้องทำงานต่อไปจนถึงช่วงอายุ 70 กว่า ๆ หากประเทศต้องการมีงบเพียงพอสำหรับจ่ายเงินบำนาญผู้สูงอายุ (New Zealand Superannuation)
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นในการอภิปรายที่งาน New Zealand Economic Forum ณ Waikato University
⸻
Milford Investments: อายุรับซูเปอร์มีแนวโน้มต้องเพิ่ม และอาจต้อง “ตรวจฐานะ” Blair Turnbull ซีอีโอของ Milford Investments กล่าวว่า
❖ ผู้เกษียณประมาณ 40%
พึ่งพารายได้จาก NZ Super เพียงอย่างเดียว
เพราะไม่มีเงินออมส่วนตัว
❖ เขาเชื่อว่า “หลีกเลี่ยงไม่ได้”
ที่อายุเริ่มรับซูเปอร์จะต้องเพิ่มขึ้น
❖ และอาจต้องมีการ means testing
(พิจารณาตามรายได้หรือทรัพย์สิน)
เขากล่าวว่า Treasury ระบุชัดว่า หากไม่เพิ่มอายุเกษียณเป็น 72 หรือ 73 ปี นิวซีแลนด์จะไม่สามารถจ่ายซูเปอร์ได้ในระยะยาว
สังคมสูงวัยกดดันระบบ คนทำงานลดลงต่อผู้สูงอายุ
Turnbull ระบุว่า ภายในปี 2030 นิวซีแลนด์จะมีประชากรอายุเกิน 65 ปีมากกว่า 1 ล้านคน และอัตราส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุเปลี่ยนไปมาก:
• ปี 1970s: คนทำงาน 7 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน
• ปัจจุบัน: เหลือประมาณ 4 คน ต่อ 1 คน
• ปี 2060: จะเหลือเพียง 2 คน ต่อ 1 คน
เขากล่าวว่าปัญหาคือประเทศไม่มีทั้ง
“จำนวนแรงงาน” และ “ผลิตภาพ” เพียงพอ
การออมของ NZ อยู่ในอันดับต่ำ
Turnbull ชี้ว่าในกลุ่มประเทศ OECD 37 ประเทศ
• นิวซีแลนด์อยู่อันดับ 27 ด้านผลิตภาพ
• และอันดับ 33 ด้านการออม
เขากล่าวว่าค่าจ้างต่ำและผลิตภาพต่ำส่งผลให้คนออมเงินได้ยาก
• ประชาชนประมาณ 50%
ใช้ชีวิตแบบเงินเดือนชนเงินเดือน
• และผู้สูงอายุจำนวนมากถึงวัย 65
โดยแทบไม่มีเงินออมส่วนตัว
⸻
อดีตรัฐมนตรี David Parker กล่าวในงานว่า นิวซีแลนด์ควรทำให้ระบบการออมเพื่อเกษียณใกล้เคียงกับออสเตรเลีย
• สนับสนุนให้ KiwiSaver เป็นภาคบังคับ
• และควรมี แรงจูงใจทางภาษี
⸻
อดีต ส.ส. และซีอีโอของ Aged Care Association Tracey Martin กล่าวว่า การสนทนาควรกว้างกว่าคำถามว่า “ควรเพิ่มอายุรับซูเปอร์หรือไม่”
⸻
Sharon Zollner ซีอีโอของ ANZ กล่าวว่าต้นทุนด้านสุขภาพของผู้สูงอายุก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย โดยระบุว่า
• ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้ที่อายุเกิน 85 ปี
• สูงกว่ากลุ่มอายุ 65 ปีถึง 5 เท่า
⸻
