อัตราว่างงานนิวซีแลนด์พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี
ข้อมูลจาก Stats NZ ระบุว่า อัตราการว่างงานในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 5.3% ในไตรมาสก่อนหน้า สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015
โดยมีผู้ว่างงานรวม 165,000 คน เพิ่มขึ้น 4,000 คนจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 10,000 คนจากปีก่อน ตัวเลขออกมาแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) คาดไว้
Stats NZ ระบุว่า ทั้งจำนวนผู้มีงานทำและผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น สะท้อนการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น ขณะที่การว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทำให้ธุรกิจปลดพนักงานหรือชะลอการจ้างงาน แม้จำนวนแรงงานจะยังเพิ่มขึ้น แม้อัตราการย้ายถิ่นจะชะลอลง
อัตราการใช้แรงงานไม่เต็มศักยภาพ (รวมผู้ว่างงานและทำงานต่ำกว่าศักยภาพ) อยู่ที่ 13% ทรงตัวในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2020
จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม จำนวนงานโดยรวมยังน้อยกว่าระดับเมื่อสองปีก่อนมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง
อัตราการว่างงานของกลุ่มอายุ 15–24 ปี อยู่ที่ 16.5% ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม ลดลงเหลือ 13.7%
Stats NZ ระบุว่ามีผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเพิ่มอีกประมาณ 20,000 คน ในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่เข้าสู่การทำงานพาร์ตไทม์
Stats NZ ระบุว่า ทั้งจำนวนผู้มีงานทำและผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น สะท้อนการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น ขณะที่การว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทำให้ธุรกิจปลดพนักงานหรือชะลอการจ้างงาน แม้จำนวนแรงงานจะยังเพิ่มขึ้น แม้อัตราการย้ายถิ่นจะชะลอลง
อัตราการใช้แรงงานไม่เต็มศักยภาพ (รวมผู้ว่างงานและทำงานต่ำกว่าศักยภาพ) อยู่ที่ 13% ทรงตัวในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2020
จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม จำนวนงานโดยรวมยังน้อยกว่าระดับเมื่อสองปีก่อนมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง
อัตราการว่างงานของกลุ่มอายุ 15–24 ปี อยู่ที่ 16.5% ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม ลดลงเหลือ 13.7%
Stats NZ ระบุว่ามีผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเพิ่มอีกประมาณ 20,000 คน ในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่เข้าสู่การทำงานพาร์ตไทม์
การเติบโตของค่าจ้างโดยรวมชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 2% จาก 2.1% ขณะที่ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.1% ข้อมูลดังกล่าวสูงกว่าที่ RBNZ คาดไว้ และสนับสนุนแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ในการประชุมปลายเดือนนี้
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า แม้ตัวเลขภาพรวมจะดูไม่ดี แต่รายละเอียดภายในมีสัญญาณบวก เช่น การเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน และจำนวนคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น โดย ANZ ระบุว่าตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ขณะที่ Westpac มองว่าตัวเลขนี้ไม่น่าจะทำให้ RBNZ เปลี่ยนทิศทางนโยบาย และยังคงคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดในเดือนธันวาคม 2026
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นิโคลา วิลลิส ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน ชั่วโมงทำงาน และจำนวนผู้หางาน เป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว แม้อัตราว่างงานจะยังสูงกว่าที่ต้องการ
สมาคมนายจ้างและผู้ผลิตในโอ๊คแลนด์ยอมรับว่าการสร้างงานจะยังช้า และอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องน่าผิดหวัง แม้แนวโน้มในอนาคตจะดูดีขึ้น
ขณะที่สภาสหภาพแรงงาน (CTU) ระบุว่า ตัวเลขว่างงานสะท้อนว่าคนทำงานกำลังแบกรับผลจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาล และชี้ว่ายังไม่มีการฟื้นตัวที่ประชาชนรู้สึกได้จริงในขณะนี้
